วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อาชญากรรม-ทรัพย์สิน

นายธนกร ตันติสง่าวงศ์ 13570458 นางสาวศรัณยา ตั้งวรเชษฐ์ 13570579

รูปแบบการฟอกเงินในประเทศไทย



หลังจากที่ประเทศไทยถูกคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการมาตรการทางการเงิน(Financial Task Force หรือ FATF) จัดให้มีความเสี่ยงในด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย  พบว่า ไทยได้รับผลกระทบอย่างมาก ธนาคารตัวแทนซึ่งเป็นคู่ค้าในต่างประเทศมองธนาคารของประเทศไทยว่า เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการฟอกเงินสูง  พร้อมทั้งลูกค้าไทยถูกจัดระดับความเสี่ยงสูงเช่นกัน  โดยธนาคารคู่ค้าได้แจ้งว่าธนาคารของไทยจะต้องมีการวิเคราะห์ลูกค้าให้ละเอียดขึ้นมากกว่าปกติ ดังนั้น สิ่งที่กระทบต่อแบงก์ในประเทศไทย คือ ธนาคารต้องสอบถามข้อมูลของลูกค้าเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้อาจต้องขอหลักฐานเพิ่ม เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางลูกค้าที่ทำธุรกรรมในประเทศไทยด้วยเพราะการโอนเงินระหว่างประเทศต้องมีการให้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า   
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่ก่อการร้าย โดยจะเสนอต่อที่ประชุมสภาต่อไป หลังจากออกกฎหมายเหล่านี้แล้ว ไทยต้องแสดงความมีประสิทธิภาพในการดำเนินการตามกฎหมาย ที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า
ตัวอย่างการฟอกเงินที่ทำให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีดำหรือแบล็คลิสต์ ดังนี้

ตลาดหลักทรัพย์
               พวกฟอกเงินมักจะนำเงินที่ได้จากการฟอกเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์  เพราะมีความน่าเชื่อถือสูง  และยากในการตรวจสอบ อย่างกรณีเดือนที่ผ่านมา ของบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว จำกัด ที่นำเงินจากการฉ้อโกงเข้าในตลาดหลักทรัพย์เพื่อถ่ายโอนไปยังต่างประเทศได้สะดวก

เต็นท์รถ
              แหล่งฟอกเงินเต็นท์รถ พวกนี้ใช้ทุนในการดำเนินธุรกิจเป็นจำนวนมาก เจ้าของเต็นท์หลายเต็นท์ได้เงินมาจากการฉ้อโกงประชาชน เช่น คดีกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือเงินที่ได้จากนักการเมืองทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค( สคบ.) และ ป.ป.ง.พยายามที่จะออกกฎระเบียบเพื่อหาทางควบคุมการซื้อขายรถยนต์มือสอง  โดยมีการกำหนดราคารถยนต์ที่ซื้อขายถ้าถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ต้องรายงานธุรกรรมให้ ป.ป.ง.ทราบ  ซึ่งก็เป็นวิธีการที่ดีในการป้องกันการฟอกเงิน อย่างกรณี เมื่อปีที่แล้วคดียูฟัน ที่มีการฉ้อโกงผู้บริโภคต่อเป็นทอดๆ จากนั้น ก็นำเงินที่ได้มาฟอกผ่านเต๊นท์รถต่างๆ เป็นกลุ่มเครือข่าย

ร้านทอง
             การฟอกเงินผ่านทางร้านทองส่วนมากจะเป็นกรณีค้ายาบ้า อย่างกรณี เมื่อต้นเดือนกุมภาที่ผ่านมามีการจับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีผู้ที่ร่วมขบวนการเปิดร้านทองเพื่อใช้ฟอกเงินที่ได้จากการค้าเสพติด

ร้านอาหาร
            ก็มีข้าราชการและนักการเมืองนำเงินที่ได้จากการทุจริตไปเปิดร้านอาหาร  ภัตตาคาร  ที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากอันเป็นการฟอกเงิน อย่างกรณีเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา แก๊งค้ามนุษย์เครือข่าย "เจ๊ฮ้อ" ที่นำเงินมาฟอกเงินลงทุนผ่านธุรกิจร้านอาหาร ในจ.สุราษฎร์ธานี มูลค่า 10 ล้าน เพื่อมาบังหน้า

ปล่อยเงินกู้นอกระบบ
            เป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายที่แยบยลยากในการตรวจสอบเพราะเป็นลักษณะในการสมยอมกันระหว่างผู้ให้กู้กับผู้กู้ และส่วนใหญ่ผู้กู้มักเป็นผู้ที่ไม่มีความสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้  แต่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจ มักจะไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการในการให้ข้อมูลที่แท้จริง  ประกอบกับนายทุนที่เป็นมาเฟียร์หรือทำธุรกิจผิดกฎหมาย  มักมีมือปืน  นักเลง  มาข่มขู่ลูกหนี้ จึงเป็นเรื่องยากในการดำเนินคดีฟอกเงิน

ไฟแนนซ์รถยนต์, รถจักรยานยนต์
            ธุรกิจประเภทนี้เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนสูงในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะเงินสดและเงินทุนหมุนเวียน  ได้กำไรสูง ยากในการตรวจสอบ  ไฟแนนซ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์บางแห่งมีเงินหมุนเวียนเป็นหมื่นล้านโดยเฉพาะในต่างจังหวัด  เป็นวิธีการที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการฟอกเงิน  บุคคลเหล่านี้จะมีพวกนักการเมืองท้องถิ่น  ข้าราชการ  ทหาร  ตำรวจ  คอยคุ้มครองอยู่ จึงยากต่อการดำเนินคดี

สหกรณ์
            มีกลุ่มฟอกเงินนำเงินจำนวนมากหลักร้อยล้านพันล้านไปฝากที่สหกรณ์ได้ดอกเบี้ยสูง  แถมยังมีอิทธิพลในสหกรณ์ในการสนับสนุนจากบุคคลขึ้นเป็นผู้บริหารของสหกรณ์  โดยกลุ่มฟอกเงินได้อาศัยช่องว่างของสหกรณ์ในการเข้าเป็นสมาชิกหรือผ่านตัวแทนที่เป็นสมาชิกอยู่ก่อนแล้ว  ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้พยายามจะปราบปรามการฟอกเงินในสหกรณ์ แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะทุกสหกรณ์ยังต้องการเงินหมุนเวียนสำหรับสมาชิกอยู่

โครงการอสังหาริมทรัพย์
             เป็นอีกแหล่งฟอกเงินที่อาชญากรนิยมใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน เช่น ในจังหวัดภูเก็ต  พัทยา  แหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ  จะมีพวกฟอกเงินมาลงทุน  ซื้อรีสอร์ทเป็นจำนวนมาก  ทั้งที่ถือครองเป็นนามส่วนตัว บริษัท หรือนอมินี  หลายรูปแบบ การตรวจสอบเป็นเรื่องยากอีกเช่นกัน  ซึ่งรัฐบาลไทยจะต้องมีมาตรการในการตรวจสอบที่มาของเงินให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น  เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์สำหรับพวกฟอกเงิน อย่างกรณีของ บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว จำกัด ผู้บริหารนายเอริค ที่ฟอกเงินผ่านการจัดซื้อที่ดินจังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ต หากจะทำการยึดทรัพย์สินส่วนนี้ จะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบนาน เนื่องจาก มีขั้นตอนที่ซับซ้อน ยุ่งยาก เพราะ ที่ดินสามารถเปลี่ยนมือผู้ถือครองได้ง่าย
               
             สุดท้ายนี้ หวังว่ารัฐบาลไทยจะเร่งแก้กฎหมายฟอกเงินเพื่อสกัดแก็งค์ฟอกเงินทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ  ไม่ให้แผ่ขยายอิทธิพลและเครือข่ายในประเทศไทย  ซึ่งพวกนี้มักจะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูง  ซึ่งถ้าประเทศของเรามีผู้นำที่เป็นหัวหน้าแก็งค์ฟอกเงิน  บ้านเมืองเราก็คงต้องย่ำแย่และเต็มไปด้วยยาเสพติด  การทุจริตคดโกง  เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องคอยสอดส่องพฤติกรรมของนักการเมืองท้องถิ่น เจ้าของกิจการโรงงานที่ร่ำรวยผิดปกติและช่วยกันปราบปราม  หาหลักฐานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เช่น สำนักงาน ป.ป.ช.  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เพื่อให้ปราบปรามการฟอกเงินให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทย

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

แคลิฟอร์เนียว้าว ดาวดับธุรกิจฟิตเน็ต2

นายธนกร ตันติสง่าวงศ์ 13570458
นางสาวศรัณยา ตั้งวรเชษฐ์ 13570579


หัวข้อ : อาชญากรรม-ทรัพย์สิน

ประเด็น : การคอรัปชั่น-การยักยอกทรัพย์ของบริษัทต่างๆ ภายในประเทศไทย (กลโกง) โดยการหยิบยกข่าวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด









 ภาพ : http://www.consumerthai.org

 
ความคืบหน้าล่าสุด ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสียหายและมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงสภาทนายความ
ได้ออกมาแถลงถึง ปัญหาคดีความที่ห่างหายไป 2 ปี ดูเหมือนว่าจะไร้วี่แววเดินหน้าต่อ แต่ขณะนี้ กรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ออกมาชี้มูลความผิดของบริษัท cawow และอายัติทรัพย์สินชั่วคราว

เหตุการณนี้ทำให้กลุ่มผู้เสียหายได้มองเห็นถึงแสงสว่างในการดำเนินคดีความต่อไปจากเดิมที่ฟ้องคดีแพ่งเพียงอย่างเดียว ณ ตอนนี้ได้มีการฟ้องเป็นในส่วนของคดีความอาญาด้วย เนื่องจากสภาทนายความได้แนะนำและช่วยเหลือ อีกทั้งผู้เสียหายจะได้รับการคุ้มครองสิทธิจากคดีอาญา

ผู้เสียหายทั้งหมดจากกรฉ้อโกงของบริษัท cawow มีทั้งสิ้น 1แสน 5 หมื่นคน แต่มีเพียง 600 กว่าราย ที่ไปร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)และอีก 639 ราย ที่เข้าแจ้งมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค รวมจำนวนผู้เสียหายที่เข้าร้องเรียนทั้งสิ้น 1700 กว่าราย จำนวนค่าเสียหายทั้งหมด 58 ล้านบาท

ค่าเสียหายจำนวนนี้ ยังไม่รวมถึงผู้เสียหายอีก 1 แสนกว่าราย โดยกรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ได้ออกมาชี้แจงถึง กลุ่มผู้เสียหายว่า หากต้องการเฉลี่ยทรัพย์ ให้ดาวโหลดเอกสารกรอกแบบฟอร์มคุ้มครองสิทธิ จากทางเว็บไซต์ของ ปปง. ภายในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อได้รับการเยียวยาความเสียหาย
(http://www.amlo.go.th/amlofarm/farm/web/index.php?lang=th)

จากการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท cawow ผู้บริหารและพวกจำนวน 9 ราย มีทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย ส่วนหนึ่งได้ทำการหนีออกนอกประเทศ อีกส่วนหนึ่งยังคงอาศัยอยู่ในประเทศ ซึ่งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนจำนวนทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นหลังถูกธนาคารกรุงเทพฟ้องล้มละลาย เป็นที่ดินที่พังงาเป็นมูลค่า 88 ล้านบาท จะถูกยึดชั่วคราว เพื่อรอการตรวจสอบว่าที่ดินนี้ ได้มาซึ่งความบริสุทธ์ หากพบข้อผิดสังเกต จะถูกนำขายทอดตลาดพร้อมเอาเข้าแผ่นดินจากนั้น ค่อยทำการเฉลี่ยทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหาย
จุดบอดของข้อกฎหมายมีช่องโหว่ ทำให้ผู้กระทำสามารถหลบเลี่ยงเส้นทางการโอนทรัพย์สิน และหลบหนีได้ คือ อายุความที่มีจำกัด, ระยะเวลาในการตรวจสอบล่าช้า รวมถึงมีช่องทางให้หลบหลีกเส้นทางการโอนเงิน ทั้งการย้ายบัญชีผู้ถือทรัพย์และการฟอกเงินผ่านธุรกิจอื่นๆ

ผู้ประกอบการฟิตเนสทั่วไป มักมีวิธีการโกงผู้บริโภคที่แตกต่างกัน โดยกรณีที่พบเห็นส่วนใหญ่ คือ ขายคอร์ส+ค่าเทรนเนอร์ที่สูงเกินกว่าราคาในใบสัญญา เนื่องจากเป็นการเก็บค่าบริการเพิ่ม รวมถึงในข้อกฎหมายระบุไว้ว่า สัญญาธุรกิจประเภทนี้สูงสุดได้เพียง 1 ปี หากผู้บริโภคพบเห็น สัญญาที่เกิน 1 ปี ถือว่าเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค เช่น สมัครแล้วใช้ได้ตลอดชีพ หรือแม้แต่ 2 ปีก็ตาม

รูปแบบคดีความที่ใกล้เคียงกัน (ยักยอกทรัพย์+ฉ้อโกงผู้บริโภค) ทางมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค ได้ให้ข้อมูลว่า ส่วนใหญ่ ภายในประเทศจะมาในรูปแบบของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะพบปัญหาเชิดเงินหนีบ่อย ตัวผู้บริโภคควรศึกษาก่อนการลงทุน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง






วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

แคลิฟอร์เนียว้าว ดาวดับธุรกิจฟิตเน็ต

นายธนกร ตันติสง่าวงศ์ 13570458
นางสาวศรัณยา ตั้งวรเชษฐ์ 13570579


หัวข้อ : อาชญากรรม-ทรัพย์สิน
ประเด็น : การคอรัปชั่น-การยักยอกทรัพย์ของบริษัทต่างๆ ภายในประเทศไทย (กลโกง) โดยการหยิบยกข่าวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด




ในปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอันดับติดอยู่ในแบล็คลิสต์บัญชีดำประเทศที่มีการฟอกเงินสูง โดยทางคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการมาตรการทางการเงิน Financial Task Force (FATF) รูปแบบการฟอกเงินที่นิยมในประเทศ มีอยู่ 8 ประเภทหลักๆ ซึ่งกรณีของบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด เป็นไปในรูปแบบตลาดหลักทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์


ติดตามสถานการณ์ย้อนหลังตั้งแต่เริ่มเปิด
แอริค มาร์ค เลวิน ชาวอเมริกัน เข้ามาเปิดกิจฟิตเนสในเมืองไทย ปี 2543 ชื่อ "แคลิฟอร์เนีย ฟิตเนส เซ็นเตอร์" ที่อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ บนถนนสีลม ตอนแรกได้รับการตอบรับจากชนชั้นกลาง
แอริค ได้ร่วมลงทุนกับ วิชา พูลวรลักษณ์ ซีอีโอกลุ่มเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ในสัดส่วน 51 : 49 ในปี 2546 จากนั้นในปี 2547 เปลี่ยนชื่อเป็น แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงปลายปี 2548 โดยมีชื่อย่อว่า CAWOW ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ
จากนั้นมีการระดมทุนจากตลาดหุ้น แคลิฟอร์เนียว้าว เพื่อทุนเป็น 150 ล้านบาท และขยายสาขาเพิ่มเป็น 10 สาขา และขึ้นเป็นฟิตเนสอันดับ 1  สมาชิกในปีแรกมี 8,500 ราย ในปี  2547 สมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ราย ต่อมาในปี 2550 มีสมาชิก 1 แสนราย และสูงสุดเมื่อกลางปี 2553 ด้วยยอดสมาชิกถึง 1.6 แสนราย หรือมีผู้ใช้บริการต่อวันถึง 2 หมื่นราย ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก
แต่หลังจากนั้นบริษัทก็ทยอยปิดตัวไปทีละสาขาจนหมด โดยมีทั้งผู้ที่สมัครสมาชิกทั้งรายเดือนและรายปีได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก
ในปี 2552 วิชาซีอีโอกลุ่มเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ประกาศถอนตัวและทยอยขายหุ้น แคลิฟอร์เนีย ว้าว จำนวน 53.37 ล้านหุ้น เพราะเกรงว่าจะกระทบกับภาพลักษณ์บริษัทและราคาหุ้นเมเจอร์ จากนั้น คาลิฟอร์เนียว้าว ก็ติดหนี้แบงค์ต่างๆ จนตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศให้ฟื้นฟูกิจการ สิ่งที่น่าตกใจในตอนนั้นคือ แอริคแจ้งลาออกจากตำแหน่ง ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
หลังปี 2553 แคลิฟอร์เนียว ว้าว ว้าว ให้เหตุผลว่าเป็นผลจากวิกฤติการเมืองในปี 2553 และมหาอุทกภัยในช่วงปลายปี 2554 บริษัทมีกำไร 29.48 ล้านบาทในปี 2549 เพียงปีเดียว ที่เหลือจากนั้นขาดทุนมาโดยตลอด นับจากปี 2550 - 2554 เป็นต้นมากลับขาดทุนต่อเนื่อง จากขาดทุนสุทธิ 93.68 ล้านบาท ในปี 2550 เป็น -120.60 ล้านบาท / ปี 2551, - 274.09 ล้านบาท / ปี 2552, -467.36 ล้านบาท / ปี 2553 และ -246.64 ล้านบาท / ปี 2554


เหตุการณ์รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด หลัง 2 ปีที่ผ่าน คดีความเงียบหายไป วันที่ 18 ม.ค. 59 ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2559 กรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ออกมาแถลงถึง ข้อพิสูจน์และตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด ย้อนหลังตั้งแต่เปิดกิจการเป็นเวลา 10 ปี พบข้อผิดสังเกต โดยมีการโอนเงินออกภายนอกและภายในประเทศเป็นจำนวนเงิน 1,669,646,457.92 บาท เป็นการโอนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดกิจการ ทั้งๆ ที่ทางบริษัทแจ้งผลขาดทุนมาตลอด รวมถึงในปี 2554 มีการปิดสาขาจำนวนมาก จนในที่สุด บริษัทได้ปิดตัวลง รวมถึงถอดถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ พฤติการณ์ดังกล่าว เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจะให้บริการจนครบสัญญา ตามกฎหมายอาญา  มาตรา 343 ตามมาตรา 3(3)และ3(4) เบื้องต้นมีมติอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดรายบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กพีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) กับพวกไว้ชั่วคราว จำนวน 5 รายการ รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 88,332,500 บาท ประกอบด้วย
1. ที่ดิน ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จำนวน 12 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา ราคาประเมิน ราคาประเมินไม่รวมสิ่งปลูกสร้าง 31,750,000 บาท
2.ที่ดินตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จำนวน 1 ไร่ 3 งาน 45 ตารางวา ราคาประเมิน 18,977,500 บาท
3.ที่ดิน ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จำนวน 2 ไร่ ราคาประเมิน 18,750,000 บาท
4.ที่ดิน ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จำนวน 2 ไร่ ราคาประเมิน 18,750,000 บาท
5.ที่ดิน ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จำนวน 4 ตารางวาเศษ ราคาประเมิน 105,000 บาท


วันที่ 23 ม.ค. 59 ผู้เสียหายจากบริษัท แคลิฟอร์เนีย ฟิตเนส ว้าว มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ สภาทนายความ ได้ออกพูดถึง ย้ำจุดยืนว่าจะเดินหน้าดำเนินคดีกับ บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว จำกัด และกรรมการ 9 ราย และเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังพร้อมออกมาตรการเยียวยาผู้เสียหายให้ชัดเจน


จำนวนเม็ดเงินที่ยักยอกทรัพย์ + วิธีการรูปแบบการเคลื่อนย้ายเม็ดเงิน
จำนวนเม็ดเงินที่ได้ทำการตรวจสอบล่าสุด จากกรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พบการจัดการของบริษัทที่ผิดสังเกต ตั้งแต่เปิดกิจการ จนกระทั่งปิดกิจการ คิดเป็นร้อยละ 99 เปอร์เซ็นต์ของธุรกรรมที่มีทั้งหมด  ทั้งการถ่ายโอนบัญชีทรัพย์สินภายในและนอกประเทศ รวมถึงเงินเดือนตำแหน่งเก้าอี้ผู้บริหารโดยประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท ทำให้เห็นถึง ความผิดปกติต่างๆ อย่างชัดเจน ในกรณีนี้ การฟอกเงินของบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เป็นไปในรูปแบบผ่านตลาดหลักทรัพย์ (หุ้น) และอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน ที่อยู่อาศัย)


กลุ่มผู้เสียหาย
ในส่วนของผู้ใช้บริการฟิตเนสแคลิฟอร์เนีย ว้าว ที่เสียหาย มีทั้งสมาชิกตลอดชีพและสมาชิกทั่วไป รวมเป็นจำนวนนับแสนราย โดยกลุ่มผู้เสียหายรวมตัวกัน ผ่านทางโซเชียลออนไลน์ผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า “รวมตัวกลุ่มผู้เสียหาย California wow ปิดกิจการ” อีกทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ที่เสียไป จากการถูกฉ้อโกง อย่างเช่น การจัดประชุมเสวนา การยื่นฟ้องกรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงมูลนิธิผู้บริโภค


กฎหมาย ช่องโหว่
กรณี คดีความที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์และฉ้อโกง จะใช้กฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จากการค้นหาข้อมูลเบื้องต้น พบว่า กฎหมายไทยมักจะมี ช่องโหว่ของระยะเวลาการดำเนินคดีความ รวมถึงค่าโทษ การยกเว้น ซึ่งทำให้ผู้ต้องหาสามารถหลีกหนีและถ่ายโอนทรัพย์สินได้


ธุรกิจประเภทเดียวกันที่มีกรณีใกล้เคียง
จากการสืบค้นข้อมูลพบ ฟิตเนสทั่วไป มักมีกลวิธีการโกงผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่จะจัดโปรโมชั่นเพื่อจูงใจลูกค้า หลังจากที่ลูกค้าทำการสมัครจะถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าข้อตกลง ซึ่งกรณี ของบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าว เป็นในส่วนของการฉ้อโกง ปิดสถานบริการ เช่นเดียวกับกรณีของ ฟิตเนสเอ็กเพลชไทย (สาขาพระรามสอง) ซึ่งมีการโยกย้ายสถานบริการ หลังได้รับเงินจากลูกค้า อีกทั้ง ผู้เสียยังมีการรวมตัวเช่นเดียวกับแคลิฟอร์เนีย ว้าว ทางสื่อสังคมออนไลน์ผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค ใช้ชื่อว่า “Fitness express thai โกงเร็ว โกงไว สูญเงินทันใจ”